เป็นรูปแบบที่นิยมจัดในงานเลี้ยงแสดงความยินดีในโอกาสต่างๆ
มีการจัดทั้งในอาคารและ ในพื้นที่โล่งกลางแจ้ง รวมทั้ง
ริมสระน้ำ มีลักษณะไม่เป็นพิธีการมากนัก
ค็อกเทลเป็นเครื่องดื่มผสมตั้งแต่
2 อย่างขึ้นไป
ส่วนใหญ่เป็นเหล้าผสมที่ให้บริการที่บาร์
งานเลี้ยงแบบค็อกเทลจึงเน้น
บริการเครื่องดื่มทั้งแบบมีแอลกอฮอล์
(Hard Drink) และไม่มีแอลกอฮอล์ (Soft
Drink) โดยจะจัดบริการอาหารประเภท
อาหารว่าง อาหารทานเล่น
รวมถึงอาหารเรียกน้ำย่อย ไว้ให้แขกร่วมงานเดินเลือกหยิบรับประทานตามชอบ
เหมาะสำหรับ
การจัดเลี้ยงแขกจำนวนมาก
ในงานเลี้ยงจะไม่มีโต๊ะอาหารจัดให้แขกนั่งรับประทาน
มีเพียงโต๊ะวางอาหารตั้งไว้เป็นส่วนกลาง อยู่มุมต่างๆ และบริเวณ
ส่วนกลางของงาน
เปิดโอกาสให้แขกร่วมงานเดินไป มารอบงานเพื่อทักทาย เจ้าภาพและพบปะ
สังสรรค์กับผู้ร่วมงานอื่นๆ
ระหว่างงานเลี้ยงพนักงานจะเดินถือถาดเสิร์ฟเฉพาะเครื่องดื่มไปตามบริเวณต่างๆของงาน
ให้แขกได้เลือก และถือแก้ว
เครื่องดื่มไว้ในมืออาหารที่บริการจะจัดวางไว้เรียบร้อยก่อนเริ่มงาน
ปริมาณและความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับเจ้าภาพซึ่ง
เป็นผู้กำหนดส่วนใหญ่
จะเป็นอาหารชิ้นเล็กขนาดพอคำที่หยิบรับประทานได้สะดวก
เพื่อแกล้มไปกับเครื่องดื่ม โดยใช้ไม้จิ้ม
ขึ้นมารับประทาน
ในโรงแรมขนาดใหญ่นิยมจัดจานขนาดเล็กไว้ที่โต๊ะวางอาหารเพื่อให้แขกใส่อาหารรับประทานภายในงาน
และจัดวางเก้าอี้
ไว้ตามมุมต่างๆ ของงาน
เพื่อให้นั่งพักได้
อาหารที่บริการมีทั้งคาวหวานแต่จะไม่ใช่ประเภทอาหารมื้อหลัก
ที่ทำให้ผู้รับประทานอิ่มท้อง
เหมือนงานเลี้ยง แบบอื่น
แขกร่วมงานจึงสามารถรับประทานอาหารมื้อค่ำหลังจากงานเลิกได้
ปัจจุบันในโรงแรมขนาดใหญ่มีการจัดเพิ่มซุ้มบริการอาหารที่มีผู้ปรุง
และตักใส่ถ้วยหรือจานขนาดเล็ก
ให้แขกร่วมงานตามมุมต่างๆ
ของงาน
และเจ้าภาพยังอาจให้โรงแรมจัดโต๊ะว่างจำนวน
ไม่มากให้แขกสำคัญ
นั่งรับประทานได้
งานเลี้ยงตอนเย็นนิยมเริ่มประมาณ 18.00 น.
เวลาในการบริการอาหารค่อนข้างสั้น ประมาณ 1 - 1½ ช.ม. จึงเป็นงานเลี้ยง
ที่เลิกได้เร็วกว่าแบบอื่น
แขกสามารถอำลาออกจากงานได้ตามความสะดวก การคิดราคาจะคิดเป็นราคาต่อแขก 1
คน
บุฟเฟ่ (Buffet)
เป็นรูปแบบที่นิยมมากในทุกโอกาส
สามารถจัดได้ในที่ต่างๆ
ทั้งในอาคารและนอกอาคาร
เป็นการเลี้ยง
อาหารที่ไม่เป็น
พิธีการมาก
โดยเปิดโอกาสให้แขกร่วมงานสามารถเลือกตักอาหารรับประทาน
ได้เองตามความพอใจ
การจัดบริการอาหารจะใช้โต๊ะใหญ่จัดวางอาหารเรียงรายอย่างสวยงาม
บนถาดขนาดใหญ่ตามประเภท และลำดับของอาหาร
ตั้งแต่อาหารเรียกน้ำย่อย
อาหารหลัก
อาหารหวานนานาชนิดในปริมาณที่มากกว่างานเลี้ยง
แบบค็อกเทลเพราะจัดในเวลา
มื้ออาหารหลักที่แขกสามารถทานได้อิ่มท้อง
โต๊ะบุฟเฟต์ที่วางอาหารนี้อาจวางไว้กลางห้องหรือมุมห้อง
หรือกระจายเป็นหลายโต๊ะ ในงานขนาดใหญ่ที่มีแขกมาก เจ้าภาพ
จะเตรียมจัดที่นั่งโดยตั้งโต๊ะอาหาร
ในปริมาณเพียงพอสำหรับให้แขกได้นั่งรับประทานทุกคน
โดยอาจระบุโต๊ะเพื่อให้แขก
กลุ่มเดียวกันได้นั่งด้วยกัน
บนโต๊ะอาหารทุกที่นั่งอาจจัดวางช้อนส้อม
แก้วน้ำไว้ หรือในบางแห่งอาจเป็นเพียงโต๊ะว่าง
และจัดวางภาชนะอุปกรณ์ เช่น
จาน ช้อนส้อม ถ้วยชาม ฯลฯ
ไว้ที่โต๊ะบุฟเฟต์
แขกจะเดินเรียงเข้ามาหยิบภาชนะอุปกรณ์
และเลือกตักอาหารใส่จานแล้วนำกลับไปนั่งรับประทานที่โต๊ะ
เมื่อทานเรียบร้อยแล้ว
ก็สามารถลุกขึ้นไปตักอาหารประเภทอื่นใส่ภาชนะใหม่ได้อีกตามต้องการ
ขณะที่พนักงานจะคอยเสิร์ฟเครื่องดื่ม
และเก็บจานเก่าที่แขกรับประทานเสร็จออกไปจากโต๊ะ
เพื่อให้แขกสามารถ นำอาหาร
จานใหม่มานั่งรับประทานต่อไปได้
นอกจากนั้น
อาจมีพนักงานคอยบริการช่วยตักแบ่งอาหารบางอย่างให้ที่โต๊ะบุฟเฟต์
รวมทั้งคอยเติมอาหารที่ พร่องไปในถาด
บริการบนโต๊ะบุฟเฟต์
ปริมาณและความหลากหลายของอาหารในงานเจ้าภาพจะเป็นผู้กำหนด
โดยผู้จัดบริการอาหารจะคิดราคาเป็นราคาต่อคน
และเตรียมจัดอาหารไว้ล่วงหน้าเรียบร้อยก่อนงานเริ่ม
หรือ ก่อนเริ่มมื้ออาหาร
นั้นให้เพียงพอกับจำนวนคนที่ได้จองไว้
การจัดบริการแบบบุฟเฟต์เป็นที่นิยมในปัจจุบัน
เพราะอาหารที่บริการไม่จำเป็นต้องรอให้ครบจึงเสิร์ฟ
ผู้รับประทานสามารถ
เห็นอาหารทุกอย่างที่จัดวางอย่างสวยงามหลากหลายและเลือกรับประทานตาม
ความชอบใจอย่างอิสระ
เวลาเริ่มงานสำหรับอาหารเย็นประมาณ 18.30 น.
และมีช่วงเวลาบริการอาหารยาวนานกว่าแบบค็อกเทล
แต่อาจไม่นานเท่า
แบบโต๊ะจีน
โต๊ะจีน (Chinese
Set)
เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่นิยมในการจัดเลี้ยงสำหรับโอกาสทั่วไป
การบริการอาหารมีลักษณะคล้าย
แบบครอบครัวเพราะอาหารทุกอย่างจะยกมาจากครัวโดยปรุงแต่งเรียบร้อย
และจัดใส่จานหรือชาม ที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งไม่สามารถส่งต่อ
ให้กันบนโต๊ะได้
จึงต้องวางไว้กลางโต๊ะให้ผู้รับประทานบริการตัวเอง
หรือช่วยตักแบ่งกันเองบนโต๊ะ
ดังนั้นจึงใช้โต๊ะกลมเสมอเพื่อให้แขกทุกคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะเอื้อมมือ
ไปตักได้ถึง บรรยากาศงานเลี้ยงแบบโต๊ะจีน
จึงเอื้อต่อการจับกลุ่มชุมนุมสังสรรค์กันที่โต๊ะ
พนักงานบริกรเป็นผู้นำอาหารจากครัวมาเสิร์ฟที่โต๊ะ
และมีหน้าที่คอยเก็บอาหารลำดับจานที่แล้วออกไป เมื่อแขก
รับประทานเรียบร้อย
และบริการน้ำดื่ม หากในบรรยากาศที่ค่อนข้างเป็นพิธีการ อาจมีพนักงาน
มาคอยตักแบ่ง
อาหารให้ทุกคนแทนที่แขกจะลุกขึ้นตักแบ่งกันเอง
รายการอาหารทุกโต๊ะจะเป็นชุดเดียวกันซึ่งกำหนดล่วงหน้าโดยเจ้าภาพงาน
ประมาณ 8 12 อย่างต่อชุดและเสิร์ฟ
ทีละอย่างตามลำดับ
สำหรับแขกนั่งได้ 8 12 คน แต่นิยม 10 คนต่อโต๊ะ
เพื่อให้เอื้อมถึงอาหารได้สะดวก บนโต๊ะ
จะเตรียมจัดวางอุปกรณ์ประจำแต่ละที่นั่ง ได้แก่ จานเล็ก ถ้วย (ชาม)
ใบเล็ก ช้อน ตะเกียบ แก้วน้ำ เป็นต้น
ในภัตตาคารชั้นดีอุปกรณ์จะใช้เครื่องกระเบื้อง เครื่องเงิน
เครื่องแก้วคุณภาพดี มีที่วางพักตะเกียบและช้อนเงินด้ามยาว
ลำดับอาหารจัดแบ่งได้เป็น
5 กลุ่ม คือ
1.
อาหารเรียกน้ำย่อย
ประเภทออเดิร์ฟเย็น
2. อาหารจานร้อน
ที่ปรุงจากเนื้อประเภทสัตว์บก
สัตว์ปีก อาหารทะเลและผัก
3. อาหารจานหลัก
ซึ่งมีได้หลายอย่างทั้งซุปหูฉลาม
อาหารทะเล
และประเภทเนื้อที่ปรุงจากสัตว์ปีก
สัตว์บก
4.
อาหารอิ่มท้องโดยจะเลือกให้มีความหลากหลายไม่ซ้ำกับลำดับอาหารจานที่ผ่านมา
ข้าวผัด /บะหมี่
พร้อมน้ำแกงหรือซุปใส
5. และสุดท้ายคือ อาหารหวานประเภทผลไม้สดหรือของหวานอื่น
เสิร์ฟพร้อมน้ำชาแขกผู้ร่วมงาน จะนั่งประจำ
ที่โต๊ะตลอดเวลา
ในงานขนาดใหญ่ที่มีแขกมากมายเจ้าภาพอาจระบุโต๊ะไว้เพื่อจัดให้กลุ่มแขกที่รู้จักกันได้นั่งด้วยกัน
ตามปกติ
ปริมาณและประเภทอาหารที่บริการในโต๊ะจีนจะเตรียมไว้ให้แขกได้อิ่มท้อง
แต่เนื่องจากต้องรับประทานด้วยกัน
จึงต้องรอให้แขกมาครบก่อนจึงจะเริ่มเสิร์ฟพร้อมกัน
ช่วงเวลาบริการจะยาวนานกว่าเพราะต้องรอเสิร์ฟอาหาร
เป็นลำดับจนกว่าจะครบ
(ไม่ต่ำกว่า 1 ½ - 2 ชั่วโมง)
ในงานเลี้ยงตามโรงแรมขนาดใหญ่นิยมเสิร์ฟในเวลาอาหารค่ำ ซึ่งจะเริ่มประมาณ
19 20.00 น. เป็นต้นไป
จึงจะจบรายการอาหาร
การคิดราคาอาหารจะคิดราคาต่อโต๊ะ